Travel

Osaka Trip — สองพี่น้องตะลุยโอซาก้า วันที่ 1

July 11, 2015
19

 

การเดินทางวันที่ 1

1

ทริปโอซาก้าคราวนี้เดินทางด้วยสายการบิน Japan Airline วันที่ 21 พฤษภาคม 2558, ไฟลท์ 23.00 น.

มัวเลือกซื้อรองพื้น (Sisley) ในดิวตี้ฟรีเลยมาถึงเกทเป็นคนสุดท้ายเลยค่ะ เค้าขึ้นเครื่องบินกันหมดละ เกือบจะไม่ได้ไปแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ

 

 

2

การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่น่าเบื่อเช่นเคย มีหนังให้ดู มีเพลงให้ฟัง เหมือนกับตอนนั่งการบินไทยเลยค่ะ

 

 

 

3

เครื่องบินออกไปได้สักพัก พนักงานก็เสริ์ฟถั่วพร้อมเครื่องดื่มให้เคี้ยวเล่นก่อนค่ะ

 

 

 

4

ก่อนจะถึงที่หมาย (น่าจะประมาณตี 3) พนักงานก็เริ่มเดินเสิร์ฟอาหารค่ะ

เบคอนกับแพนเค้กอร่อยดีนะ แต่รู้สึกแปลกๆที่กำลังทานตอนตี 3 ไม่รู้จะเรียกว่ามื้ออะไรดี จะไม่ทานก็กลัวจะหิวตอนไปถึง ก็เลยจัดไปซะหมดเกลี้ยงเลย โดยรวมโอเคค่ะ แต่สลัดผักกับมันบด ขนลุกกก

 

 

5

ครั้งนี้จ๊ะจ๋าเลือกที่จะนั่งบัสลิมูซีนเข้าเมืองค่ะ ซื้อตั๋วจะไปสถานีโอซาก้าที่ตู้เบอร์ 5-6 ค่ะ

 

 

6

แล้วก็มายืนรอรถตรงนี้

 

7

ค่าเดินทางคนละ 1,500 Yen  ประหยัดดีแล้วก็ได้พักผ่อนอีกนิดบนรถด้วย

 

 

8

อากาศกำลังดีค่ะ 16 องศา น้ำมูกไหลนิดหน่อย 5555

เข้าคิวขึ้นรถตรงนี้ เนื่องจากวันที่จ๊ะจ๋ามาถึงเป็นวันศุกร์และก็เช้ามาก คนเลยไม่ค่อยมีค่ะ

เมื่อรถบัสมาเทียบท่า คนขับรถก็จะลงมาเช็คตั๋วรถแล้วยกกระเป๋าขึ้นรถให้เราเองเลยค่ะ สบายเลย

 

 

 

9

ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินคันไซไปสถานีโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าค่ะ

เนื่องจากยังเช้าอยู่รถเลยยังไม่ติดด้วย ก็ได้โอกาสงีบไปสักแปป

 

 

10

มาถึงสถานีประมาณ 8 โมง เป็นช่วงเวลาเร่งรีบเลยค่ะ คนเต็มไปหมดเลย

 

 

11 12

แล้วก็เดินไปซื้อตั๋วที่  JR ไปลงสถานี Kyobashi ซึ่งเป็นย่านที่พักที่จองเอาไว้ค่ะ คนละ 160 Yen

 

 

 

13

ถนนเส้นนี้เดินผ่านบ่อยมาก ต้องผ่านทุกวัน วันละหลายครั้ง 555

 

 

14

เดินมาจากสถานี JR Kyobashi มาถึงโรงแรมก็ประมาณ  10 นาที (เดินแบบสบายๆไม่รีบ)

มาถึง Osaka Hotel Kyobashi  City เข้าไปเช็คอินแล้วก็เอากระเป๋าฝากไว้ก่อน เพราะยังไงก็ยังเข้าห้องพักไม่ได้เนอะ

 

 

15

แวะทานอาหารเช้าอีกรอบ (ตอนสายๆ) ที่ Chococho Cafe เป็นคาเฟ่ที่เปิดทั่วโอซาก้าเลยค่ะ ก็อารมณ์ประมาณ True cafe บ้านเรา

 

 

16

เดินทางไปยัง Osaka Castle (เปิด 9.00-19.00น.  ค่าเข้าคนละ 600 Yen)

จากสถานี Kyobashi ก็นั่งรถไฟสาย (NagahoriTsurumiryokuchi Line)  ลงสถานี Morinomiya ( N20) ออกประตู 3-B เดินชมสวนปราสาทโอซาก้าแล้วมุ่งหน้าไปยังปราสาท 

17

ใช้เวลาเดินอยู่ในสวนพอประมาณค่ะ กว่าจะไปถึงตัวปราสาท เจอทั้งเด็กและคณะทัวร์เยอะมากๆ

 

 

18

ก็เดินมาถึงประตูทางเข้าอาณาเขตปราสาทแล้วค่ะ

 

 

19

แล้วก็สร้างแลนด์มาร์ค!!!

 

 

 

20

ปราสาทโอซาก้าเป็นสัญญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองโอซา ก้า สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกบนบริเวณที่เคยเป็นวัด Osaka Hongan-ji เมื่อปีค.ศ.1583 โดย Toyotomi Hideyoshi (ค.ศ.1537-1598) นักรบระดับไดเมียวผู้พยายามรวบรวมประเทศเป็นครั้งแรก ยอดประสาทหรือส่วนที่เรียกว่า Tenshukaku แล้วเสร็จลงสองปีต่อมา แต่หลังจากสงคราม Osaka Natsu No-jin ในปีค.ศ.1615 ตระกูล Toyotomi ถูกฆ่าล้างโคตร Tenshukaku ก็ถูกทำลายลงย่อยยับ ต่อมาได้รับการบูรณะใหม่ในสมัย Tokugawa แต่น่าเสียดายที่ในปีค.ศ.1665 ได้ถูกฟ้าฝ่าเสียหายย่อยยับอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ปราสาทโอซาก้าไม่มี Tenshukaku มานานปี จนกระทั่งในปี 1931 นายกเทศมนตรีเมืองโอซาก้า นาย Seki ได้ขอรับเงินบริจาคจากชาวเมืองจำนวนหนึ่งล้านห้าแสนเยน (เท่ากับราว 75,000 ล้านเยนในปัจจุบันนี้) มาบูรณะปราสาทใหม่ ปราสาทโอซาก้าปัจจุบันสูง 55 เมตร มี 5 ส่วน 8 ชั้น เครื่องประดับหลังคาและภาพเสือบนกำแพงตัวปราสาทและหลายๆส่วนลงทองสีอร่ามสวยงาม (ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกสำคัญของประเทศ) บนหอคอยชั้น 8 ของ Tenshukaku ท่านสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรวมของเมืองโอซาก้าได้อย่างชัดเจน ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกประเทศมาเยือนปีละราว 1-3 ล้านคน

Cr.http://www.osaka-info.jp/

 

 

21

 

 

22

บรรยากาศรอบๆปราสาทก็มีร้านค้า ขายขนม ขายของฝากและแน่นอนว่าซอฟท์ครีมด้วย

จ๊ะจ๋ามาถ่ายแค่หน้าปราสาทโอซาก้านะคะ ไม่ได้เข้าข้างใน เพราะว่าเห็นเด็กจากอนุบาลกุ๊กไก่ อนุบาลหมีน้อย ฯลฯ เพียบเลย ไม่อยากเข้าไปเบียดเสียดข้างใน ก็เลยเดินเล่นรอบๆแล้วก็เดินไปใต้ดินต่อเพื่อเดินทางไปสถานีต่อไปค่ะ

 

 

23

นั่ง JR Loop line มาลงที่สถานี Tenma ซึ่งเป็นเหมือนซอยละลายทรัพย์บ้านเรา

จะว่าไปซอยละลายทรัพย์จ๊ะจ๋ายังไม่เคยไปเดินเลยค่ะ แต่น้องบอกมาว่าเป็นแบบนี้ 5555

 

 

24

ที่นี่ก็จะเป็นซอยยาวเป็นกิโลเลยค่ะ ขายอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ราคาไม่แพง

ส่วนใหญ่คนที่มาเดินจะเป็นคุณลุง คุณป้าซะส่วนใหญ่

 

 

25 26

ร้านชุดนักเรียน ชุดนักเรียนที่นี่ไม่ค่อยมุ้งมิ้งเหมือนที่โตเกียวเลยแฮะ

 

 

 

 

27

มีร้าน Drug Store หลายร้านเลยค่ะ แต่ละร้านก็จะมีโปรโมชั่นลดราคาสินค้าเยอะแยะมากมาย

บางร้านขนมอาจจะถูกกว่า บางร้านก็เครื่องสำอางถูกกว่า ก็ลองเปรียบเทียบราคาดูค่ะ แต่ถ้าไม่อยากวุ่นวายก็ซื้อที่ไหนก็ได้ ราคาถูกกว่ากันก็ไม่มากหรอกค่ะ

 

 

28 29

เสื้อผ้าที่ขายในย่านนี้ไม่ค่อยจะเป็นแบบแฟชั่นเท่าไหร่ค่ะ จะเป็นสไตล์แม่บ้านญี่ปุ่นมากกว่า

 

 

30

ถ้าเดินมาปลายๆซอยก็จะเจอร้านขายผัก ผลไม้ ขายของสดค่ะ

ตอนที่เดินเล่นกับน้องสาวก็มีคุณลุงหน้าตาหื่นๆเดินตาม แล้วเค้าเดินเข้ามาใกล้ พูดว่าอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆหน้าตาลุงหื่นและโรคจิตมาก มองมาเหมือนจะทะลุตับ ไต ใส้ พุงเลย

เพื่อนที่เคยอยู่ที่ญี่ปุ่นเค้าก็บอกว่าให้ระวัง ที่ญี่ปุ่นก็จะมีพวกตาลุงหื่นๆอยู่เยอะ อย่าคิดว่าเมืองปลอดภัย 100%

นี่ถ้าไม่เจอกับตัวก็ไม่อยากจะเชื่อเลยนะเนี่ย

 

 

31

เดินนานจนขาลากละก็ขอแวะพักทานทาโกะยากิซะหน่อย อร่อยดีค่ะ

หลังจากนั้นก็เดินเล่นๆไปเรื่อยๆ เดินจนไปถึง Osaka station เลย ซึ่งเดินหลง เดินวนกันมั่วอยู่พักใหญ่ 555

เล่นเหนื่อยขาลากเลย ก็เลยต้องแวะเติมพลังกันอีกรอบ

 

 

32

ตอนนั้นคือหิวมาก เจอร้านไหนก็แวะเข้าไปเลย ไม่คิดอะไรละ แต่พอเข้าไปถึงแล้วสั่งอาหารเพิ่งสังเกตุว่าร้านนี้เค้าสูบบุหรี่กันในร้าน! อยากจะออกไปซะเดี๋ยวนั้นเลยแต่ก็ทำได้แค่คิด นั่งรออาหารแล้วรีบทานรีบไปค่ะ

ร้านอาหารในญี่ปุ่นหลายร้านเค้าก็อนุญาตให้สูบบุหรี่ได้ภายในร้านค่ะ

 

 

 

33

และแล้วก็มาถึงแถว Osaka Station จนได้ เจอครัวซองค์ปลาด้วย คุ้นมั้ยเอ่ย? ที่นี่มีหลายไส้มากๆ ที่ไทยมีแค่ 3 ไส้เองเนอะ

จุดประสงค์ของการมาแถวนี้ก็เพราะว่าจะมาตึก  HEP.Five ซึ่งมี Shop Liz Lisa อยู่นั่นเอง ฮัดช่า!

ตึกนี้ขายเสื้อผ้าแฟชั่น เสื้อผ้าวัยรุ่นหลากหลายแบรนด์เลย อารมณ์ประมาณสยามเซ็นเตอร์บ้านเราค่ะ

 

 

 

34

ทริปนี้ทานชูครีม ชูพัฟบ่อยมาก เรียกได้ว่าเห็นแล้วเป็นต้องซื้อ ชอบมากกกกกก

และแล้วภารกิจซื้อชุด Liz Lisa ก็สำเร็จไปด้วยดีและมีชุดอื่นมาด้วย

ที่ต้องมาช็อปปิ้งเลยก็เพราะว่าจ๊ะจ๋าจัดเสื้อผ้ามาแค่ 2 ชุดเท่านั้นค่ะ แต่อยู่ 5 วันนะ กะมาหาเอาดาบหน้าตามเคย อิอิ

 

 

35

เดินเล่นทั้งวันละ ก็แวะเข้าโรงแรมเพื่อเอาของมาเก็บและพักผ่อนอีกเล็กน้อย แล้วค่อยออกไปหาอะไรทานใกล้ๆค่ะ

ที่พักประมาณ 3 ดาวค่ะ คืนละ 4,xxx บาท เป็นเตียงทวิน นอนคนละเตียงกับน้อง ห้องก็ไม่ได้เล็กเกินไป ตอนที่ไปโตเกียวเล็กกว่านี้อีก

 

 

36

นี่คือของที่จ๊ะจ๋าไปฟาดมาในวันแรก

 

 

 

37

จากนั้นก็เดินมาแถวๆสถานี จะมีร้านอาหารเยอะแยะเลยค่ะ เลือกเข้าร้าน BOTEjYU ค่ะ เป็นร้านขายโอโคโนมิยากิหรือพิซซ่าญี่ปุ่นนั่นเอง

มาทานตอน 3 ทุ่มกำลังดีเลย อ้วนกำลังดี 55555

สั่ง BOTEjYU Premium Moonlight Mixed Okonomiyaki ไป 1 ที่ ราคา 1,782 Yen

มันอร่อยมากกกกกกก จ๊ะจ๋าไปเที่ยวทริปนี้ก็ลองมาหลายร้านนะ ร้านนี้เด็ดจริงๆ แต่ราคาก็แอบแรงค่ะ

 

ทริปวันแรกก็จบด้วยการทานให้อิ่มและแวะไปเดินเล่นใน Family Mart ใกล้ๆที่พักเพื่อซื้อน้ำดื่มและขนมขบเคี้ยว แล้วก็เดินกลับที่พักค่ะ

 

You Might Also Like